เป็นเวลา 4,000 ล้านปี มาแล้วที่โลกถือกำเนิดขึ้น และโลกก็มีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เริ่มเกิดจนถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกล้วนแล้วแต่งส่งผลมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ดังนั้น มนุษย์จึงพยายามศึกษาความเป็นมาของโลก ดาราศาสตร์และอวกาศ รวมทั้งพัฒนาความรู้และวิทยาการใหม่ๆ ในการค้นหาความจริงต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกทั้งในปัจจุบัน และอนาคตได้



1. ชั้นเปลือกโลก (crust) เป็นผิวด้านนอกที่ปกคลุมโลก ส่วนที่บางที่สุดของชั้นเปลือกโลกอยู่ที่มหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ และส่วนที่หนาที่สุดอยู่ที่แนวยอดเขา ชั้นเปลือกโลกแบ่งเป็น 2 บริเวณ คือ

1.1 เปลือกโลกภาคพื้นทวีป หมายถึง ส่วนที่เป็นแผ่นดินทั้งหมด ประกอบด้วยธาตุซิลิคอนร้อยละ 65275 และอะลูมิเนียมร้อยละ 25235 เป็นส่วนใหญ่ มีสีจาง เรียกหินชั้นนี้ว่า หินไซอัล (sial) ได้แก่ หินแกรนิต ผิวนอกสุดประกอบด้วยดิน และหินตะกอน

1.2 เปลือกโลกใต้มหาสมุทร หมายถึง ส่วนของเปลือกโลกที่ปกคลุมด้วยน้ำ ประกอบด้วยธาตุซิลิคอนร้อยละ 40250 และแมกนีเซียมร้อยละ 50260 เป็นส่วนใหญ่ มีสีเข้ม เรียกหินชั้นนี้ว่า หินไซมา (sima) ได้แก่ หินบะซอลต์ติดต่อกับชั้นหินหนืด มีความลึกตั้งแต่ 5 กิโลเมตรในส่วนที่อยู่ใต้มหาสมุทรลงไปจนถึง 70 กิโลเมตรในบริเวณที่อยู่ใต้เทือกเขาสูงใหญ่
.gif


2. ชั้นเนื้อโลก (mantle) อยู่ถัดลงไปจากชั้นเปลือกโลก ส่วนมากเป็นของแข็ง มีความลึกประมาณ 2,900 กิโลเมตรนับจากฐานล่าง
สุดของเปลือกโลกจนถึงตอนบนของแก่นโลก เป็นหินหนืด ร้อนจัด ประกอบด้วยธาตุเหล็ก ซิลิคอน และอะลูมิเนียม แบ่งเป็น 3 ชั้น คือ

2.1 ชั้นเนื้อโลกส่วนบน เป็นหินที่เย็นตัวแล้ว บางส่วนมีรอยแตก เนื่องจากความเปราะ ชั้นเนื้อโลก ส่วนบนกับชั้นเปลือกโลกรวมกันเรียกว่า ธรณีภาค (lithosphere) ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกที่แปลว่า ชั้นหิน ชั้นธรณีภาคมีความหนาประมาณ 100 กิโลเมตรนับจากผิวโลกลงไป

2.2 ชั้นฐานธรณีภาค (asthenosphere) มีความลึก 1002350 กิโลเมตร เป็นชั้นที่มีแมกมา ซึ่งเป็นหินหนืดหรือหินหลอมละลายร้อน หมุนวนอยู่ภายในโลกอย่างช้าๆ

2.3 ชั้นเนื้อโลกชั้นล่างสุด อยู่ที่ความลึก 35022,900 กิโลเมตร เป็นชั้นที่เป็นของแข็งร้อนแต่แน่นและหนืดกว่าตอนบน มีอุณหภูมิสูงประมาณ 2,25024,500 องศาเซลเซียส



3. ชั้นแก่นโลก (core) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
3.1 แก่นโลกชั้นนอก อยู่ที่ความลึก 2,90025,100 กิโลเมตร เชื่อว่าประกอบด้วยสารเหลวร้อนของโลหะเหล็กและนิกเกิลเป็นส่วนใหญ่ มีความร้อนสูงมาก มีความถ่วงจำเพาะ 12

3.2 แก่นโลกชั้นใน อยู่ที่ความลึก 5,10026,370 กิโลเมตร มีส่วนประกอบเหมือนแก่นโลกชั้นนอก แต่อยู่ในสภาพแข็ง เนื่องจากมีความดันและอุณหภูมิสูงมาก อาจสูงถึง 6,000 องศาเซลเซียส มีความถ่วงจำเพาะ 17ชั้นต่างๆ ของโลกมีลักษณะและสมบัติแตกต่างกัน ทั้งด้านกายภาพและส่วนประกอบทางเคมี โครงสร้างและส่วนประกอบภายในของโลกจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยา คือ แผ่นดินไหว และภูเขาไฟระเบิด


.gif

เมื่อ 200 ล้านปีที่ผ่านมา ผิวโลกส่วนที่เป็นแผ่นดินติดกันเป็นทวีปเดียว เรียกว่า “พันเจีย” (Pangaea) ซึ่งแปลว่า all land หรือ แผ่นดินทั้งหมด







.jpg





พันเจีย คลุมพื้นที่จากขั้วโลกเหนือ-ขั้วโลกใต้ ล้อมรอบด้วยมหาสมุทรผืน เดียวกันเรียกว่าพันทาลัส(Panthalas) โดยที่ตอนเหนือเรียกว่า “ลอเรเซีย”
(Laurasia) และตอนใต้เรียกว่า “กอนด์วานา” (Gonwana)











เมื่อเวลาผ่านไป พันเจีย เริ่มแยกเป็นหลายส่วน เป็นทวีปต่างๆ ดังปรากฏในแผนที่โลกปัจจุบัน
3.jpg1.jpg



2.jpg